เปิดตำนานฟุตบอลโลก : บราซิล 1950

หลังจากโดนพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่นงานอย่างหนัก จนทำให้ศึกฟุตบอลโลกหายหน้าไปนานหลายปี แถมซากปรักหักพังที่หลงเหลือไว้ยังสร้างปัญหาให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า มากกว่าที่คิด

เพราะผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เป็นเรื่องยากที่ ฟีฟ่า จะควานหาชาติเจ้าภาพฟุตบอลโลกในทวีปยุโรป เนื่องจากหลายประเทศมุ่งเน้นการพัฒนาบ้านเมืองมากกว่านำงบประมาณมาทุ่มกับกีฬาลูกหนัง

สุดท้ายเป็น บราซิล ที่อกหักจากฟุตบอลโลก 1938 ยื่นเรื่องขอเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกในปี 1946 และที่ประชุม ฟีฟ่า มีมติให้จัดการแข่งขันขึ้นในปี 1950 ยุติช่วงเวลา 12 ปี ที่แฟนบอลรอคอยมาอย่างยาวนาน

และเหมือนเฉกเช่นฟุตบอลโลก 1938 ที่ฝรั่งเศส ทาง ฟีฟ่า ยังคงให้สิทธิ เจ้าภาพ และแชมป์เก่า ได้เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ส่วนรอบคัดเลือกจะลงชิงชัยเพื่อคว้าตั๋วอีก 14 ใบ ที่เหลือ โดยมี 32 ชาติ ร่วมโม่แข้งฟาดฟัน แต่ไร้เงา เยอรมัน และ ญี่ปุ่น ที่โดนแบนจากต้นตอของสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีที่สุดของ ฟีฟ่า คือ สหราชอาณาจักร ตอบรับคำเชิญส่งทีมเข้าร่วมฟุตบอลโลกหนนี้ด้วย โดยจัดศึกบริติช โฮม แชมเปี้ยนชิพ เพื่อหาตัวแทน และเป็น อังกฤษ กับ สกอตแลนด์ ที่ได้สิทธิลงสู้ในรอบคัดเลือก

กระนั้นตลอดเวลาในรอบคัดเลือก ฟีฟ่า ยังคงเผชิญปัญหาการถอนตัวจากชาติต่างๆ เหมือนเช่นเคย ไล่ตั้งแต่ อาร์เจนตินา, เอกวาดอร์, เปรู, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, พม่า, ออสเตรีย และ เบลเยียม โดย อาร์เจนตินา มีข้อพิพาทกับ สมาคมฟุตบอลบราซิล ส่วน ออสเตรีย อ้างว่าทีมอ่อนประสบการณ์เกินไป

แต่ท้ายสุดแล้วรอบคัดเลือกยังคงลุล่วงไปด้วยดี และได้ 16 ทีม เข้าไปลุยรอบสุดท้ายที่ บราซิล อันประกอบด้วย บราซิล(เจ้าภาพ), อิตาลี(แชมป์เก่า), โบลิเวีย, ชิลี, ปารากวัย, อุรุกวัย, เม็กซิโก, อังกฤษ, สกอตแลนด์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, ยูโกสลาเวีย, สหรัฐอเมริกา และ อินเดีย

โดยในการแข่งขันรอบสุดท้าย ฟีฟ่า หันกลับมาใช้ระบบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง ซึ่งจะเอาแชมป์กลุ่มในรอบแรกเข้าไปแข่งแบบพบกันหมด เพื่อหาผู้ชนะอีกครั้ง และผู้ชนะจะได้ 2 คะแนน หากเสมอแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

เหตุผลหลักที่ฟุตบอลโลก 1950 เลือกใช้วิธีนี้ นั่นก็เพราะรายได้มหาศาลจากตั๋วเข้าชมการแข่งขัน ซึ่ง บราซิล นำงบประมาณไปลงทุนไปกับการก่อสร้างและปรับปรุงสนามแข่งขันจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะ มาราคาน่า ที่มีความจุเกือบ 200,000 คน

แม้ตอนแรก ฟีฟ่า ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการแข่งขันที่ บราซิล เสนอ แต่การที่ บราซิล ขู่ว่าจะถอนตัวจากบทบาทเจ้าภาพ ทำให้ ฟีฟ่า ไม่อาจปฏิเสธได้ จำต้องกัดฟันยอมปล่อยให้ฟุตบอลโลก 1950 ดำเนินต่อไป ซึ่งรูปแบบแบ่งกลุ่มนี้กลายมาเป็นที่นิยมจนถึงปัจุบัน

เมื่อได้ข้อสรุปเรียบร้อย ศึกฟุตบอลโลก 1950 ก็ได้ฤกษ์อุบัติขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน โดยมีไฮไลต์สำคัญในรอบแรก อาทิเช่น อังกฤษ หนึ่งในตัวเต็งแชมป์ ตกรอบแรกอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาวก “สิงโตคำราม” หลายรายถึงกับคิดว่าหนังสือพิมพ์ตีพิมพ์ผลการแข่งขันผิด

ส่วน อิตาลี แชมป์เก่า เสียสถิติไม่แพ้ใครในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เมื่อประเดิมสนามด้วยความปราชัยต่อ สวีเดน 2-3 แถมยังส่งผลกระทบถึงการร่วงตกรอบแรกในบั้นปลาย กลายเป็นแชมป์โลกทีมแรกที่ตกรอบแรกด้วย

สุดท้ายฟุตบอลโลก 1950 ก็ได้ บราซิล, สเปน, สวีเดน และ อุรุกวัย เข้าไปลุยกันต่อในรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อหาแชมป์โลก โดยใช้ มาราคาน่า กับ ปาเกมบู เป็นสังเวียนแข้ง และจะใช้ระบบแข่งขันแบบพบกันหมด

ซึ่งท้ายที่สุดเป็น บราซิล ต้องมาแตกหักกับ อุรุกวัย ในเกมชี้ชะตาที่มาราคาน่า โดยมีแฟนบอลเข้าไปชมทะลุความจุ 210,000 คน ซึ่งเป็นสถิติมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะผู้คนชาวบราซิเลียนมั่นใจมากกว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์

ทว่า อุรุกวัย ที่เป็นรองสุดกู่ดันทำช็อกพลิกแซงชนะบราซิล 2-1 จากประตูของ อัลแบร์โต้ ชิอัฟฟิโน่ และ อัลซิเดส กิ๊กเกีย ทำเอาฝันร้ายเข้าปกคลุมดินแดนแซมบ้า ถึงขนาดที่ อารี บาร์โรโซ่ นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ประกาศแขวนไมค์ ขณะที่แฟนบอลบางรายฆ่าตัวตาย  sbobet mobile

ส่วนนักฟุตบอลบราซิลชุดนี้ กลายเป็นเครื่องระบายความโกรธแค้นของแฟนบอล ทำให้บางรายเลือกที่จะเลิกเล่น ส่วนบางรายเลือกที่จะไม่รับใช้ทีมชาติอีก นำมาสู่การปฏิวัติของ สมาคมฟุตบอลบราซิล ที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงยูนิฟอร์มจากชุดขาวล้วน คอสีน้ำเงิน มาเป็นเสื้อเหลือง คอสีเขียว กางเกงสีน้ำเงินแทน

 

สรุปผลฟุตบอลโลก 1950

แชมป์ : อุรุกวัย (สมัยที่ 2)

รองแชมป์ : บราซิล

อันดับ 3 : สวีเดน

อันดับ 4 : สเปน

ดาวซัลโว : อเดเมียร์ (บราซิล) 8 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ซิซินโญ่ (บราซิล)

ยอดผู้ชม : 1,045,246 คน เฉลี่ย 47,511 คนต่อเกม

จำนวนแมตช์ : 22

จำนวนประตู : 88 ประตู เฉลี่ย 4 ประตูต่อเกม

 

ทีมยอดเยี่ยม

ผู้รักษาประตู : โรเก้ มาสโปลี่ (อุรุกวัย)

กองหลัง : เอริค นีลส์สัน (สวีเดน), โฆเซ่ ปาร์ร่า (สเปน), บิคตอร์ โรดริเกซ อันดราเด้ (อุรุกวัย)

กองกลาง : อ็อบดูลิโอ บาเลร่า, อัลซิเดส กิ๊กเกีย (อุรุกวัย), เบาเออร์, แชร์ (บราซิล)

กองหน้า : ซิซินโญ่, อเดเมียร์ (บราซิล), ฮวน อัลแบร์โต้ ชิอัฟฟิโน่ (อุรุกวัย)

ฮาเมสเปิดเผยแฮปปี้กับบาเยิร์นต้องการเซ็นซบถาวร

ฮาเมส โรดริเกซ หน้าแข้งสัญญาเช่า บาเยิร์น มิวนิค ระบุชัดต้องการซบ “เสือใต้”
แบบถาวร แจงแฮปปี้มากๆกับการเล่นตรงนี้ แถมเป็นหวานใจของแฟนๆ
ฮาเมส โรดริเกซ มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติโคลอมเบีย เผยออกมาว่า
ตัวเขาต้องการจะเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลของ บาเยิร์น มิวนิค
สมาคมยักษ์ใหญ่ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน แบบถาวร
เพราะว่าสุขสบายกับกิจการค้าแข้งในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า

เดี๋ยวนี้ ฮาเมส กำลังอยู่ในปีที่สองของคำสัญญายืมตัวสองปีจาก เรอัล มาดริด
แต่ว่าในตอนก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า เจ้าตัวต้องการจะย้ายกลับไป “ราชันชุดขาว”
ก่อนกำหนด
เนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงในกลุ่มของผู้จัดการทีมฟุตบอล นิโก้
โควัช ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ดาวเตะวัย 27 ปี ออกมาแก้ข่าวสารเรียบร้อย

“ผมต้องการจะอยู่ต่อ เนื่องจากผมรู้สึกเป็นที่รักของแฟนคลับนั่นเป็นข้อเท็จจริงที่
มิวนิค แล้วก็ครอบครัวของ บาเยิร์น
เวลานี้ผมกระปรี้กระเปร่ามากมายๆแล้วก็ต้องการจะกลับมาฟิตเต็มที่อีกทีในอาทิตย์ส
องอาทิตย์นี้” อดีตหน้าแข้ง อาแอส โมนาโก รวมทั้ง ปอร์โต้ กล่าวกับ บิลด์
สื่อชั้นนำเมืองเบียร์

สำหรับฤดูนี้ ฮาเมส ลงเล่นให้ บาเยิร์น ไปแล้วรวมทุกรายการ 11 นัดหมาย ทำได้ 3
ประตู

โรนัลโด้ควงหวานใจดูโบสถ์เตรียมแต่งงาน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเลือดฝอยทอง ควง จอร์จิน่า โรดริเกซ หวานใจวัยทีน
เดินตรวจสอบโบสถ์มีชื่อในประเทศอิตาลี
โดยหวังจะใช้เป็นสถานที่สำหรับเพื่อการประกอบพิธีแต่งงานของพวกเขา
ภายหลังกลายเป็นข่าวสารหมั้นหมาย รวมทั้งเตรียมสมรสในเร็ววันนี้
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
ควง จอร์จิน่า โรดริเกซ แฟนสาวสุดเซ็กซี่ ไปดูโบสถ์ที่เคยอยู่ในฉากภาพยนตร์เรื่อง
ดิ อิตาเลียน จ็อบ (The Italian Job) เพื่อใช้สำหรับจัดพิธีการแต่งงานของพวกเขา
ภายหลังที่มีกระแสข่าวออกมาเป็นระลอกว่า โรนัลโด้ กับหวานใจสุดสวย วัย 24 ปี
ยินยอมที่จะสมรสกันหลังหมั้นหมายกันไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา
ในขณะนี้ สตาร์ลูกหนังชาวประเทศโปรตุเกส ได้ควง จอร์จิน่า
ซึ่งสวมแหวนเพชรเม็ดโตที่นิ้วนางข้างซ้าย
ไปตระเวณหาโบสถ์ที่ถูกอกถูกใจเพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีสำคัญในชีวิต
สำหรับปัจจุบันนี้มีแถลงการณ์ว่าทั้งคู่คนได้เจอโบสถ์ที่ถูกอกถูกใจแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นโบสถ์ แกรน มาร์ด ดิ ดิโอ (โบสถ์แม่พระมารีย์)
ที่ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และก็เคยแสดงในหนังเรื่อง ดิ อิตาเลียน จ็อบ เมื่อปี
1969 รวมถึงเป็นสถานที่สำคัญที่เชื่อมโยงกับจอกศักดิ์สิทธิ์
กัปตันทีมชาติประเทศโปรตุเกส วัย 33 ปี ซึ่งใส่ชุดวอร์มรวมทั้งมีฮูดคลุมหัว
ระหว่างที่จอร์จิน่า ใส่ชุดยีนส์สบายๆพร้อมทั้งหิ้วกระเป๋าถือสีแดง
สำหรับความเชื่อมโยงของทั้งคู่คนในตอนนี้อยู่กินกันอย่างกับผัวเมียอยู่แล้วในอิตาลี
รวมทั้งมีลูกจากความสัมพันธ์ตามธรรมชาติ 1 คนได้แก่หนูอลาน่า มาร์ติน่า
ดังนี้ อดีตสตาร์ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วก็ ราชันชุดขาว เรอัล
มาดริด ซึ่งถูกชุบเลี้ยงแบบชาวคาธอลิค มีผู้สืบสกุลสืบเชื้อสายอีก 3 คนได้แก่
คริสเตียโน่ จูเนียร์ วัย 8 ขวบ และก็ทายาทฝาแฝด อีวา และก็ มัตเตโอ วัย 17 เดือน

ป็อกบาประกาศชัดยังแฮปปี้กับแมนยู

ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศชัด ยังแฮปปี้กับการเล่นให้กลุ่มเหมือนเดิม พร้อมลั่น มิได้ขุ่นเคืองแม้แต่เล็กน้อยที่ถูก โชเซ่ มูรินโญ่ ปลดจากการเป็นรองกัปตันทีม

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์คนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งแวดวง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พูดว่าตนยังสุขสบายกับกลุ่มอยู่ ภายหลังจากที่ผ่านมาเคยลือกันว่าเขาต้องการกล่าวลา “ปีศาจแดง” เต็มทีแล้ว

ตลอดตอนหลายเดือนที่ผ่านเลยมามีกระแสข่าวลือออกมาเรื่อยๆว่า ป็อกบา มีความเกี่ยวข้องที่ตกต่ำกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวโปรตุกีส จนถึงทำให้อนาคตของเขาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดูเหมือนจะจบลงในอนาคตอันใกล้ โดยที่มีแถลงการณ์ว่า บาร์เซโลน่า พึงพอใจจะดึงเขาไปร่วมกองทัพ

ป็อกบา เปิดเผยก่อนเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดหมายดวลกับ ยูเวนตุส ว่า “ผมเป็นแค่นักเตะคนหนึ่ง ผมทำในสิ่งที่เขา (มูรินโญ่) บอกให้ผมทำด้วยเหตุว่าเขาเป็นนายจ้าง เขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ผมยอมรับฟังสิ่งที่เขาบอกด้วยดี มันก็เพียงแค่นั้น ผมพึงพอใจกับหัวข้อนั้น ผมฟังและก็ทำมันในแบบที่แฮปปี้เต็มกำลัง”

ดาวเตะชาวประเทศฝรั่งเศสเสริมว่าไม่เคยทราบสึกโกรธอะไรที่โดน มูรินโญ่ ไล่ออกจากการเป็นรองกัปตันทีม “ผมยังเล่นอยู่ รวมทั้งยินดีที่จะเล่นให้กลุ่ม ผู้จัดการทีมฟุตบอลเป็นคนเลือกว่าคนใดควรเป็นกัปตันกลุ่ม ต่อให้เขายึดปลอกที่เอาไว้ใส่แขนไปจากผม มันก็มิได้เปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับผมเลย”

“ผมก็แค่ต้องการเล่น, ต้องการโชว์ฟอร์มเก่งให้ออก นั่นเป็นงานของผม ผมต้องการเล่นเต็มกำลังเพื่อทุกคน, เพื่อแฟนบอล, เพื่อชมรม มันก็แค่นั่นแหละ สิ่งนั้น (การโดนปลดจากการเป็นรองกัปตันทีม) มันมิได้ส่งผลอะไรกับผมเลย มันมิได้เปลี่ยนแปลงอะไรแม้แต่หน่อยเดียว”

จับตาดาวรุ่งชาวเวลส์ แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ “อีธาน อัมปาดู”

ปราการหลังดาวรุ่ง วัย 18 ปี
ของเชลซีที่มาแรงจนกลายเป็นแกนหลักของทีมชาติเวลส์ ไปเป็นที่เรียบร้อย
อีธาน อัมปาดู ปราการหลังอนาคตไกล ที่เล่นได้ทั้งเซนเตอร์ฮาล์ฟ
และมิดฟิลด์ตัวกลาง กำลังได้รับการจับตามองอย่างมากในเวลานี้
หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับทีมชาติเวลส์
หนุ่มน้อยรายนี้เกิดที่ เอกเซเตอร์ ในอังกฤษ โยเป็นลูกชายของ
อดีตนะเตะทีมชาติไอร์แลนด์ ควาเม่ อัมปาดู
เข้าเข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ ของเอ็กเซเตอร์ ตั้งแต่วัยเยาว์ และเพียงแค่อายุ
14 เขาก็ได้เลื่อนขั้นให้ไปเล่นกับ ทีมยู 18 ของสโมสรแล้ว ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี
10 เดือน กับอีก 26 วัน หนุ่มน้อยอัมปาดู ก็ได้รับโอกาสลงประเดิมสนาม
กับทีมชุดใหญ่ของ เอ็กเซเตอร์ ในอีเอฟแอล คัพ รอบแรก ที่พบกับ เบรนท์ฟอร์ด
เกมนั้นได้ลงเล่นครบ 120 นาที ส่งผลให้กลายเป็น
นักเตะที่อายุน้อยที่สุดตลอดกาลที่ของสโมสร ทำลายสถิติของ คลิฟฟ์ บาสติน
ที่อยู่ยั่งยืนยงมายาวนานถึง 87 ปี ลงได้สำเร็จ
จากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ อัมปาดู ได้รับโอกาสให้ประเดิมสนาม
ในเกมลีกนัดที่พบกับ ครอวลี่ย์ ทาวน์ ของการแข่งขันในระดับ ลีกทู
กรกฎาคม 2017 ทีมยีกษ์ใหญ่ของลอนดอนอย่างเชลซีทำสัญญา คว้าตัว
ปราการหลังดาวรุ่งมาร่วมทีม และส่งลงประเดิมสนามในเกม อีเอฟแอล คัพ รอบ 3
ที่พบกับฟอเรสต์ โดยลงมาเป็นตัวสำรอง ทำให้เขาเป็นนักเตะที่เกิดในปี 200
รายแรกที่ได้สวมเครื่องแบบของเชลซีลงสนาม ด้วยวัยเพียง 17 ปี กับ 6 วัน
ยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุด ในรอบ 10 ปี
ที่ได้ลงประเดิมสนามให้กับ ทีมเศรษฐีของลอนดอน อีกด้วย
หลังจากนั้น เขาได้รับโอกาสลงประเดิมสนาม
ในเกมลีกที่พบกับฮัดเดอร์ฟิลด์ ในเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว โดยลงมาเป็นตัวสำรอง
จากการที่แม่ของเขาเป็นชาวเวลส์ ทำให้อัมปาดูเลือกสวมยูนิฟอร์ม
ของทีมมังกรแดง ในระดับชาติ โดยที่เขาสามารถที่จะเลือกเล่นได้ทั้ง อังกฤษ ,
ไอร์แลนด์ , และรวมไปถึงกานา

พอเข้าเดือน พฤษภาคม 2017 ในวัย 16 ปี อัมปาดู
ถูกเรียกตัวเข้าไปติดทีมชาตเวลส์ ชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในเกมฟุตบอลโลก
รอบคัดเลือกที่พบกับ เซอร์เบีย แต่ยังไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนาม
และยังได้รับโอกาส ให้ประเดิทสนามกับทีมชาติเวลส์
ในนัดกระชับมิตรที่พบกับ ฝรั่งเศส ณ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ โดยลงมาเป็นตัวสำรอง

มองเห็นเยอรมันแล้วคันหัวใจแมร์เตซัคเกอร์บอกทางออก

มองเห็น “อินทรีเหล็ก” บินไม่ขึ้นแล้วมันคันในหัวใจ! แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ อดีตกาลป้อมปราการหลังเลือดเบียร์ ออกโรงบอกทางสว่างที่ปรึกษา โยอาคิม เลิฟ ถ้าเกิดต้องการหลุดพ้นความยุ่งยาก จะต้องรีบกวาดชัยชนะพร้อมคว้าถ้วยแชมป์ให้ไวๆ! แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ สมัยก่อนกองหลังทีมชาติเยอรมัน มั่นใจว่าทีมชาติบ้านเกิดของตนเองจำต้องรีบไปถึงเป้าหมายอีกครั้งให้เร็วที่สุดภายหลังที่ผลงานยังไม่ดีขึ้นขึ้นเลยนับจากไม่เข้ารอบแรกบอลโลก 2018 ด้วยการแพ้อีกทั้งเม็กซิโก และก็เกาหลีใต้ ถึงแม้ว่าเป็นถึงแชมป์เก่า พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ไม่เข้ารอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรก นับจากปี 1938

กุนซือเยาวชนของ อาร์เซน่อล ที่พึ่งจะแขวนสตั๊ดกับ “ไอ้ปืนใหญ่” เมื่อตอนซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา กล่าวผ่าน สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี สำนักข่าวดังเมืองผู้ดี ว่า “พวกเราสามารถเริ่มนึกถึงสิ่งที่พวกเราทำผิดพลาด แล้วก็ชื่อเสียงของพวกเราที่กำลังจะหาย เพื่อจะใช้เป็นพลังในด้านลบมากๆถัดไปได้แบบเดียวกันนะ โยอาคิม เลิฟ (ผู้ฝึกสอนทีมชาติเยอรมัน) จำเป็นต้องปรับปรุงให้ไว หากเขาต้องการจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่เหนื่อยยากมากๆ

“น่าจะจะต้องมีขั้นตอนที่ดีสำหรับการเปลี่ยนภายหลังที่พวกเขาจะต้องดิ้นรนในฐานะแชมเปี้ยน คุณจำต้องไปถึงเป้าหมายให้เร็วมากๆพวกเขาเปลี่ยนผู้เล่น 2-3 คน รวมทั้งสตาฟฟ์ผู้ฝึกสอน 2-3 คนถูกถอดออกไป แต่ว่าในทางภาพรวมแล้ว พวกเขายังคงอยู่ในตำแหน่งงานของพวกเขา”

“ใครๆก็มั่นใจว่าพวกเขาย่อมจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์รายการใหญ่ๆได้อยู่แล้ว พวกเราชอบค้นพบแนวทางการต่อกรกับความเคราะห์ร้ายได้อยู่เป็นประจำ พวกเราเคยเชื่อใจได้กับผลงานเมื่อถึงบทสรุป ในขณะนี้มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่ได้มองเห็นพวกเขาจำเป็นต้องมาดิ้นรนต่อสู้อยู่อย่างนี้” เจ้าของเหรียญรางวัลแชมป์โลก 2014 ที่ลงเตะรับใช้กองทัพ 104 นัดหมาย ระบุ

ยูเวนตุสออกโรงสนับสนุนโรนัลโด้

ยูเวนตุส โพสต์ใจความแบบส่งเสริม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลำแข้งซูเปอร์สตาร์ของกลุ่มที่โดนป้ายความผิดประเด็นการขืนใจ โดยชี้ โรนัลโด้ มีความเป็นมือโปรสูงสุดๆ

ยูเวนตุส ชมรมยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โพสต์ใจความในเชิงช่วยเหลือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนที่ใครๆก็รู้จักของกลุ่ม ภายหลังที่ โรนัลโด้ โดนใส่ร้ายป้ายสีว่าไปขืนใจ คาธรีน มายอร์ก้า อดีตดารานางแบบรายหนึ่ง

มายอร์ก้า ทำให้โลกลูกหนังจำเป็นต้องฮือฮาครั้งใหญ่ ภายหลังที่เธอแฉกับ แดร์ สปีเกล สื่อของเยอรมนีว่าเคยโดน โรนัลโด้ ข่มขืนกระทำชำเราเมื่อปี 2009 ตอนเจอะกันที่ ลาส เวกัส อเมริกา ซึ่งฝั่งลำแข้งชาวโปรตุกีสออกมากล่าวว่ามันไม่เป็นความจริงอะไร ตอนที่ทางตำรวจในแดนลุงแซมก็รื้อคดีนี้มาสอบปากคำกันใหม่แล้ว

ยูเวนตุส กล่าวผ่าน ทวิตเตอร์ โซเชียลมีเดียออนไลน์ยอดนิยมว่า “คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชี้ให้เห็นถึงความเป็นมือโปรที่ยอดเยี่ยม แล้วก็ความทุ่มเทอัรนยอดเยี่ยมตลอดตอนหลายเดือนมาแล้ว ซึ่งทุกคนที่ ยูเวนตุส ต่างก็ติดใจกับประเด็นนั้นมากมายๆคำกล่าวโทษของสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบจะ 10 ปีก่อนมันมิได้เปลี่ยนแปลงมุมมองในด้านนี้เลย ทุกคนที่รู้จักกับแชมเปี้ยนผู้มีอิทธิพลรายนี้ต่างก็มีมุมมองอย่างงั้นกันทั้งหมด”

อย่างไรก็ดี แฟนบอลใครอีกหลายๆคนไม่พึงพอใจสุดๆที่ ยูเวนตุส ออกคำชี้แจงอย่างงี้ จนถึงว่ากล่าวกองทัพ “เบียงโคเนรี่” อย่างมาก อาทิเช่น “สมาคมตัดสินใจพลาดแท้ๆที่ออกมาทวีตอย่างงี้ ไอ้พวกเราก็มีความคิดว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกลุ่มจะทราบว่าไม่สมควรเข้ามายุ่งประเด็นนี้ซะอีก” และก็ “แสดงว่าเขาสามารถทำอะไรก็ได้ดังที่ต้องการตราบเท่าที่เขาทุ่มเท แล้วก็มีความเป็นมือโปรงั้นหรอ ? สมาพันธ์ของพวกท่านมันมีสภาพอย่างนี้นี่เอง” ฯลฯ

5 นักเตะผู้เคยค้าแข้งทั้งบาร์ซ่า-มาดริด

ในโลกของฟุตบอลทีมที่กลายเป็นปริปักษ์กันส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยซื้อนั
กเตะหรือทำธุรกิจร่วมกันแบบโดยตรง เราจะเห็นได้ชัดในศึกพรีเมียร์ลีก
อังกฤษ ที่ไม่ค่อยจะเห็นนักเตะจาก ลิเวอร์พูล ย้ายไปสู่ แมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ ที่พอจะนึกได้ก็คือ พอล อินซ์ แต่ตอนนั้น อินซ์
ที่เคยอยู่กับ ผีแดง ได้ย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน
ก่อนจะกลับอังกฤษมาอยู่กับทีมคู่อริอย่าง ลิเวอร์พูล
ซึ่งก็ไม่ได้มีกระแสอะไรรุนแรงมากนัก
ซึ่งวันนี้เรามี 5 นักเตะที่เคยค้าแข้งกับสองทีมอย่าง เรอัล มาดริด
และ บาร์เซโลน่า มาฝากกัน
1.หลุยส์ เอ็นริเก้
หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือของทีมชาติสเปนชุดปัจจุบัน เดิมทีนั้น
เอ็นริเก้ เกิดที่ กิฆอน และขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ก่อนที่จะย้ายไป เรอัล
มาดริดเมื่อปี 1991 เขาอยู่กับทีม 5 ฤดูกาล
แล้วเลือกย้ายไปอยู่กับทีมคู่แข่งอย่าง บาร์เซโลน่า แบบไม่มีค่าตัว
เรียกได้ว่า มาดริด ไม่ได้เงินสักแดง
แถมนักเตะยังย้ายไปอยู่กับทีมคู่รักคู่แค้นอีก เอ็นริเก้ นั้นลงเล่นกับ
บาร์เซโลน่า ไป 8 ฤดูกาล และแขวนสตั๊ดที่นี่
ก่อนจะขึ้นมาเป็นโค้ชชุดใหญ่ในช่วงปี 2014-2017
และปัจจุบันรับงานคุมทีมชาติสเปนชุดใหญ่
2.ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า
“เจ้ากระต่ายน้อย” ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า
ที่ย้ายมาค้าแข้งบนแผ่นดินยุโรปเมื่อปี 2001 เขาอยู่กับ บาร์เซโลน่า
ตั้งแต่ปี 2001-2007 ซึ่งสองฤดูกาลสุดท้ายนั้นถูกปล่อยตัวให้ทีมอย่าง
โมนาโก และ เซบีย่า ยืมตัว
เขากลับมาอยู่กับทีมในฤดูกาลสุดท้ายและรับบทเป็นตัวสำรอง
จนบาร์เซโลน่า ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับเขา ทำให้ เรอัล
มาดริด ไม่รอช้าไปคว้าตัวเข้ามาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวทันทีในปี 2007

แต่ก็อยู่กับทีมด้วยสัญญาสั้นๆ
เนื่องจากผลงานไม่เป็นไปอย่างที่หวังลงเล่นไป 17 เกมยิงได้ 4
ประตูด้วยกัน
3.ซามูเอล เอโต้
บางคนไม่อาจจะไม่รู้ว่า หัวหอกทีมชาติแคเมอรูน
นั้นเคยเป็นเด็กปั้นของ เรอัล มาดริด มาก่อน
เขาไม่สามารถขึ้นชุดใหญ่ได้
ทำให้ถูกปล่อยให้กับทีมอื่นยืมตัวจนสุดท้ายถูกขายขาดให้ มาญอร์ก้า
ซึ่งทีมแห่งนี้ทำให้เขาแจ้งเกิดและได้ย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ในปี
2004 เป็นสามประสานของทีมในยุค เมสซี่, อองรี และ เอโต้
4.โรนัลโด้
โรนัลโด้ เดอ ลิม่า หรือ “โล้นทองคำ”
ที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักถึงผลงานของเขาเป็นอย่างดี โด้อ้วน นั้นย้ายจาก
พีเอสวีฯ ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า
เพียงฤดูกาลแรกเขาระเบิดฟอร์มซัดไปทั้งหมด 34 ประตูจากการลงเล่น
37 เกม ก่อนจะไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ในปีต่อมา
และตามด้วยการย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในยุคกลาติกอสในปี 2002
กดไปทั้งหมด 83 ประตูจากการลงเล่น 127 นัด
5.หลุยส์ ฟีโก้
แนวรุกทีมชาติโปรตุเกส
ผู้ซึ่งเป็นขวัญใจของเหล่าแฟนๆคาตาลุนญ่า
นับว่าเป็นการย้ายทีมครั้งยิ่งใหญ่ที่ปัจจุบันยังมีคนพูดถึงเสมอ
ย้อนกลับไปในปี 2000 เรอัล มาดริด ควักเงินจำนวน 62 ยูโร กระชาก
ฟิโก้ มาร่วมทีม ซึ่งตามจริงแล้ว บาร์เซโลน่า ไม่อยากขาย
แต่นักเตะนั้นกระสันอยากย้ายจนตัวสั่น
จากคนเคยรักกลายเป็นเกลียดชังอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในเกม เอล
กลาซิโก้ ทางฝั่งแฟนๆ บาร์ซ่า

ได้โยนหัวหมูลงไปในสนามเป็นสัญญานการด่า ฟิโก้
ถึงความทรยศต่อพวกเขา

ฟุตบอล.กีฬา.ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ชีวิตนี้เพื่อโรม่า

นักฟุตบอลส่วนใหญ่เเล้วจะต้องเดินทางไปค้าเเข้งให้สโมสรต่างๆที่ต้องการตัว
ทีมไหนให้เงินเยอะก็ไปเล่นให้ทีมนั้น
เพราะว่านักฟุตบอลเป็นอาชีพที่ใช้เวาทำงานไม่นานนักไม่กี่ปีก็ไม่สามารถเดินสู่เส้นทางนักเตะได้เเล้วดัง
นั้น นักฟุตบอลต้องพยายามที่ไปหาทีมที่ดีกว่าอยู่เสมอ
เเต่ไม่ใช้เสมอไปเพราะมีนักเตะอยู่รายหนึ่งที่ได้มอบชีวิตให้กับสโมสรที่เขารักคือ “หมาป่าเเห่งกรุงโรม”
โรม่า เป็นทีมจากเมืองหลวงของอิตาลี
ถือว่าเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของวงการลูกหนังของดินเเดนมะกะโรนีทีมหนึ่ง เเละนักเตะคนนั้นที่กล่าวไปก็คือ
“ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ”
สุดยอดกองหน้าเเละผู้นำของโรม่าที่ยืนหยัดต่อสู้เคียงบาเคียงไหล่กับโรม่ามายาวนานกว่า 25 ปีเต็ม
จากการได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนให้กับโรม่า ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ
ก็ได้พัฒนาฝีเท้ามากอย่างต่อเนื่องจนได้ก้าวมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี1992
เเละต่อมาได้เป็นตัวหลักกำลังสำคัญของทีมในปี 1994
จากนั้นฝีเท้าก็เเสดงให้กับทีมเเละเเฟนบอลได้เห็นจนได้ถูกเลือกเป็นกัปตันทีมในปี 1997
ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง20ปีเท่านั้น
เเละมีส่วนสำคัญในการพาทีมก้าวไปสู่การเป็นเเชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีในปี2001 โดยลงสนามไป
30 นัดยิงไป 13 ประตูด้วยกัน
เเละจากนั้นต๊อตติที่สวมปลอกเเขนกัปตันทีมได้นำโรม่าเป็นเเชมป์ โคปปา อิตาลี เเละ ซูเปอร์โคปปา
อิตาเลีย อย่างละสองสมัย เเละได้คว้ารางวัลนักเตะเเห่งปีของอิตาลี 5 สมัย โดยฤดูกาล 2006-07
ต๊อตติ ได้กระหน่ำยิงประตูให้โรม่าจนได้เป็นดาวซัลโว ของยุโรป
ถือเป็นปีที่เขาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างมากในปีนั้น
เเละด้วยผลงานอันเร้าร้อนที่สร้างมากับโรม่า ในอดีตที่ผ่านมา มีทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป ทั้ง เรอัล มาดริด
เเละเชลซี ทุ่มเงินมาซื้อตัวเขาพร้อมให้ค่าเหนื่อยเเพงระยับ เเต่ทว่า เงินตราไม่สามารถซื้อเขาได้
ต๊อตติปฎิเสธที่จะย้ายไปร่วมทีมที่ยื่นข้อเสนอซื้อเขามาเเละทางโรม่าก็ไม่ขายเขาออกจากทีมด้วย
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับต๊อตติเองว่าจะอยู่หรือไป เเต่สุดท้ายเขาก็อยู่กับโรม่าจนเเขวนสตั๊ดเมื่อปีผ่านมา
โดยลงเล่นให้โรม่าไปทั้งหมด 619 เกมยิงรวม 250 ประตู
ส่วนในระดับทีมชาตินั้น ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ได้พาทีมชาติอิตาลี ไปคว้าเเชมป์โลก ในปี 2006
ได้สำเร็จ โดยมีนักเตะรุ่นเดียวกันคือ ฟาบิโอ คันนาวาโร อังเดร ปีร์โล เดลปีเอโร่
อยู่ในทีมที่ช่วยกันพาทีมอิตาลีคว้าเเชมป์โลก
เเละนี้คือนักเตะที่มีประวัติที่ยิ่งใหญ่ของทีมโรม่าเป็นที่เคารพของนักเตะรุ่นหลังเพราะว่าความรักเเละจงรั
กภักดีต่อสโมสรของเขา ไม่ยอมทิ้งทีมไปไหน เหมือนกับว่าเขาเเละโรม่าเป็นสิ่งเดียวกันขาดกันไม่ได้

เเละมีคำนิยามที่วงการลูกหนังได้สรรเสริญว่า โรม่าคือต๊อตติ ต๊อตติคือโรม่า
เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าเขาคือสัญลักษณ์ของสโมสรที่มีนามว่าโรม่าอย่างเเท้จริง

ความปลอดภัยของโต๊ะบอล Sbobet

โต๊ะบอลออนไลน์เริ่มด้วยการโทรศัพท์ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของแต่ละเว็บไซต์ ต่อจากนั้นก็โอนเงินฝากบัญชีที่ได้มาถึงจะได้ Username และก็ Password ใช้งานเว็บไซต์ นับเป็นจุดกำเนิดของการถูกหลอกให้โอนเงินฝากบัญชีฟรี ถ้าเกิดเป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีมาตรฐานอย่าง Sbobet แล้ว ต้องระมัดระวังตัวเลยว่าเงินที่โอนจะถูกโกงหรือไม่? เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพจะใช้โอกาสนี้ปลอมตัวให้โอนเงินเข้าอีกบัญชีที่ไม่ใช่ของเว็บนั้น และจากนั้นก็ลอยหายเข้าก้อนเมฆ เงินหลักร้อยหรือมากยิ่งกว่านั้นก็จะหายไป

Sbobet เป็นผู้ให้บริการอย่างแม่นยำตามกฎหมาย มีความปลอดภัย การเงินภายในมั่นคง ไม่จำเป็นที่จะต้องหลอกให้โอนเงินแล้วหนีหายไป ไม่มีการตามล่าผู้ใช้บริการที่ติดเงินกับทางเว็บ เพราะเหตุว่าทางเว็บไซต์มีระบบคุ้มครองป้องกันในเรื่องที่ผู้รับบริการมียอดเงินไม่พอสำหรับในการวางเงินแต่ละครั้ง ต่างกับโต๊ะทั่วๆไปที่ถูกใจปล่อยให้เล่นก่อนแล้วคืนเงินที่หลัง เมื่อมิได้เงินก็ตามล่าเช่นละครหลังข่าว สำหรับใครกันแน่ที่ยังคลุมเคลือกับความปลอดภัยของ Sbobet ขอรับรองด้วยสมาชิกทั่วทวีปเอเชียที่สูงที่สุด ถ้าไม่ปลอดภัยจริงคงจะไม่มีสมาชิกที่ไว้ใจมากขนาดนี้

เนื่องจากว่ากีฬาที่ให้เสี่ยงดวงอย่างฟุตบอลที่จะต้องวัดดวงกับลูกกลมๆที่ถูกคนตั้ง 22 คนแย่งกันทำแต้ม ทำให้ทางเว็บไม่อาจจะเล่นตุกติกได้ นอกจากตามข้อตกลงที่ทำไว้ เช่น ช่วงเวลาเรดโซน ที่ไม่สามารถที่จะให้วางเงินพนันคู่นั้นได้ ยิ่งกับ Sbobet เป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นคดโกงกับผู้เล่นแน่ๆ ขอรับรองด้วยศักดิ์ศรีของผู้ให้บริการกว่าทั่วโลก

แต่อยากได้ไว้ใจทุกเว็บไซต์ว่าจะมีระบบการทำงานที่ตามมาตรฐานอย่าง Sbobet ด้วยเหตุนั้นก็จะสมัครใช้งานแต่ละเว็บไซต์ควรศึกษาเรียนรู้เนื้อหา กติกา กฎข้อตกลงที่ทางเว็บไซต์ระบุ และก็ศึกษาสาขาแม่ของเว็บไว้ด้วยเป็นเรื่องดี เผื่อกรณีเร่งด่วนพวกเราจะรู้ตัวหนีทัน

พักก็ฝึก!โรนัลโด้เปิดเผยแนวทางผ่อนคลายหลังจากที่ชนะลาซิโอ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าสตาร์ดัง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ชี้ให้เห็นถึงชีวิตที่ทุ่มเทเพื่อลูกหนัง ขนาดวันเบาะๆตอนสุดสัปดาห์ก็ยังบริหารร่างกาย ทั้งที่พึ่งจะลงเล่นเต็มสูบเกมชนะ “อินทรีฟ้าขาว” ลาซิโอ ก็ตาม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ โชว์ช่วงผ่อนคลายในวันอาทิตย์ด้วยการยืดเส้นยืดสายแล้วก็บริหารร่างกายเบาๆด้านในโรงยิม ทั้งที่เพิ่งบากบั่นทำงานมากช่วยกองทัพ “ม้าลาย” ในแมตช์ชนะ ลาซิโอ 2-0 เกมกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุกีส ได้ลงเล่นตัวจริงในสนามเหย้า ยูเว่ รวมทั้งทำผลงานได้ดิบได้ดีแม้ว่าจะไม่มีชื่อทำสกอร์ให้กับ “เบียงโคเนรี่” ก็ตาม โชว์ให้มองเห็นขั้นตอนการฟื้นฟูร่างกายของเขาด้วยวิธีการทำท่ายืดเส้นยืดสาย โดยงานนี้ โรนัลโด้ ถอดเสื้อเปิดเผยให้มองเห็นกล้ามที่แน่นปึ้ก แต่ร่างกายยืดหยุ่นมากมายๆเนื่องจากสามารถยืดแขนไปจับที่เท้าได้อย่างสบายๆ

ดังนี้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งย้ายจาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาเล่นกับ ยูเวนตุส ด้วยค่าจ้าง 100 ล้านปอนด์ (ราว 45,000 ล้านบาท) ยังไม่อาจจะทำแต้มในเกมอย่างเป็นทางการให้กับสังกัดเดิมใหม่ได้เลย หลังลงไปในสนามในเกมลีกไปแล้ว 2 แมตช์