เปิดตำนานฟุตบอลโลก : บราซิล 1950

หลังจากโดนพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่นงานอย่างหนัก จนทำให้ศึกฟุตบอลโลกหายหน้าไปนานหลายปี แถมซากปรักหักพังที่หลงเหลือไว้ยังสร้างปัญหาให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า มากกว่าที่คิด

เพราะผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เป็นเรื่องยากที่ ฟีฟ่า จะควานหาชาติเจ้าภาพฟุตบอลโลกในทวีปยุโรป เนื่องจากหลายประเทศมุ่งเน้นการพัฒนาบ้านเมืองมากกว่านำงบประมาณมาทุ่มกับกีฬาลูกหนัง

สุดท้ายเป็น บราซิล ที่อกหักจากฟุตบอลโลก 1938 ยื่นเรื่องขอเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกในปี 1946 และที่ประชุม ฟีฟ่า มีมติให้จัดการแข่งขันขึ้นในปี 1950 ยุติช่วงเวลา 12 ปี ที่แฟนบอลรอคอยมาอย่างยาวนาน

และเหมือนเฉกเช่นฟุตบอลโลก 1938 ที่ฝรั่งเศส ทาง ฟีฟ่า ยังคงให้สิทธิ เจ้าภาพ และแชมป์เก่า ได้เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ส่วนรอบคัดเลือกจะลงชิงชัยเพื่อคว้าตั๋วอีก 14 ใบ ที่เหลือ โดยมี 32 ชาติ ร่วมโม่แข้งฟาดฟัน แต่ไร้เงา เยอรมัน และ ญี่ปุ่น ที่โดนแบนจากต้นตอของสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีที่สุดของ ฟีฟ่า คือ สหราชอาณาจักร ตอบรับคำเชิญส่งทีมเข้าร่วมฟุตบอลโลกหนนี้ด้วย โดยจัดศึกบริติช โฮม แชมเปี้ยนชิพ เพื่อหาตัวแทน และเป็น อังกฤษ กับ สกอตแลนด์ ที่ได้สิทธิลงสู้ในรอบคัดเลือก

กระนั้นตลอดเวลาในรอบคัดเลือก ฟีฟ่า ยังคงเผชิญปัญหาการถอนตัวจากชาติต่างๆ เหมือนเช่นเคย ไล่ตั้งแต่ อาร์เจนตินา, เอกวาดอร์, เปรู, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, พม่า, ออสเตรีย และ เบลเยียม โดย อาร์เจนตินา มีข้อพิพาทกับ สมาคมฟุตบอลบราซิล ส่วน ออสเตรีย อ้างว่าทีมอ่อนประสบการณ์เกินไป

แต่ท้ายสุดแล้วรอบคัดเลือกยังคงลุล่วงไปด้วยดี และได้ 16 ทีม เข้าไปลุยรอบสุดท้ายที่ บราซิล อันประกอบด้วย บราซิล(เจ้าภาพ), อิตาลี(แชมป์เก่า), โบลิเวีย, ชิลี, ปารากวัย, อุรุกวัย, เม็กซิโก, อังกฤษ, สกอตแลนด์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, ยูโกสลาเวีย, สหรัฐอเมริกา และ อินเดีย

โดยในการแข่งขันรอบสุดท้าย ฟีฟ่า หันกลับมาใช้ระบบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง ซึ่งจะเอาแชมป์กลุ่มในรอบแรกเข้าไปแข่งแบบพบกันหมด เพื่อหาผู้ชนะอีกครั้ง และผู้ชนะจะได้ 2 คะแนน หากเสมอแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

เหตุผลหลักที่ฟุตบอลโลก 1950 เลือกใช้วิธีนี้ นั่นก็เพราะรายได้มหาศาลจากตั๋วเข้าชมการแข่งขัน ซึ่ง บราซิล นำงบประมาณไปลงทุนไปกับการก่อสร้างและปรับปรุงสนามแข่งขันจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะ มาราคาน่า ที่มีความจุเกือบ 200,000 คน

แม้ตอนแรก ฟีฟ่า ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการแข่งขันที่ บราซิล เสนอ แต่การที่ บราซิล ขู่ว่าจะถอนตัวจากบทบาทเจ้าภาพ ทำให้ ฟีฟ่า ไม่อาจปฏิเสธได้ จำต้องกัดฟันยอมปล่อยให้ฟุตบอลโลก 1950 ดำเนินต่อไป ซึ่งรูปแบบแบ่งกลุ่มนี้กลายมาเป็นที่นิยมจนถึงปัจุบัน

เมื่อได้ข้อสรุปเรียบร้อย ศึกฟุตบอลโลก 1950 ก็ได้ฤกษ์อุบัติขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน โดยมีไฮไลต์สำคัญในรอบแรก อาทิเช่น อังกฤษ หนึ่งในตัวเต็งแชมป์ ตกรอบแรกอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาวก “สิงโตคำราม” หลายรายถึงกับคิดว่าหนังสือพิมพ์ตีพิมพ์ผลการแข่งขันผิด

ส่วน อิตาลี แชมป์เก่า เสียสถิติไม่แพ้ใครในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เมื่อประเดิมสนามด้วยความปราชัยต่อ สวีเดน 2-3 แถมยังส่งผลกระทบถึงการร่วงตกรอบแรกในบั้นปลาย กลายเป็นแชมป์โลกทีมแรกที่ตกรอบแรกด้วย

สุดท้ายฟุตบอลโลก 1950 ก็ได้ บราซิล, สเปน, สวีเดน และ อุรุกวัย เข้าไปลุยกันต่อในรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อหาแชมป์โลก โดยใช้ มาราคาน่า กับ ปาเกมบู เป็นสังเวียนแข้ง และจะใช้ระบบแข่งขันแบบพบกันหมด

ซึ่งท้ายที่สุดเป็น บราซิล ต้องมาแตกหักกับ อุรุกวัย ในเกมชี้ชะตาที่มาราคาน่า โดยมีแฟนบอลเข้าไปชมทะลุความจุ 210,000 คน ซึ่งเป็นสถิติมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะผู้คนชาวบราซิเลียนมั่นใจมากกว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์

ทว่า อุรุกวัย ที่เป็นรองสุดกู่ดันทำช็อกพลิกแซงชนะบราซิล 2-1 จากประตูของ อัลแบร์โต้ ชิอัฟฟิโน่ และ อัลซิเดส กิ๊กเกีย ทำเอาฝันร้ายเข้าปกคลุมดินแดนแซมบ้า ถึงขนาดที่ อารี บาร์โรโซ่ นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ประกาศแขวนไมค์ ขณะที่แฟนบอลบางรายฆ่าตัวตาย  sbobet mobile

ส่วนนักฟุตบอลบราซิลชุดนี้ กลายเป็นเครื่องระบายความโกรธแค้นของแฟนบอล ทำให้บางรายเลือกที่จะเลิกเล่น ส่วนบางรายเลือกที่จะไม่รับใช้ทีมชาติอีก นำมาสู่การปฏิวัติของ สมาคมฟุตบอลบราซิล ที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงยูนิฟอร์มจากชุดขาวล้วน คอสีน้ำเงิน มาเป็นเสื้อเหลือง คอสีเขียว กางเกงสีน้ำเงินแทน

 

สรุปผลฟุตบอลโลก 1950

แชมป์ : อุรุกวัย (สมัยที่ 2)

รองแชมป์ : บราซิล

อันดับ 3 : สวีเดน

อันดับ 4 : สเปน

ดาวซัลโว : อเดเมียร์ (บราซิล) 8 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : ซิซินโญ่ (บราซิล)

ยอดผู้ชม : 1,045,246 คน เฉลี่ย 47,511 คนต่อเกม

จำนวนแมตช์ : 22

จำนวนประตู : 88 ประตู เฉลี่ย 4 ประตูต่อเกม

 

ทีมยอดเยี่ยม

ผู้รักษาประตู : โรเก้ มาสโปลี่ (อุรุกวัย)

กองหลัง : เอริค นีลส์สัน (สวีเดน), โฆเซ่ ปาร์ร่า (สเปน), บิคตอร์ โรดริเกซ อันดราเด้ (อุรุกวัย)

กองกลาง : อ็อบดูลิโอ บาเลร่า, อัลซิเดส กิ๊กเกีย (อุรุกวัย), เบาเออร์, แชร์ (บราซิล)

กองหน้า : ซิซินโญ่, อเดเมียร์ (บราซิล), ฮวน อัลแบร์โต้ ชิอัฟฟิโน่ (อุรุกวัย)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *